“เปิดกล่องฟ้าสาง” 45 ปี ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน

บันเทิง

“เปิดกล่องฟ้าสาง” 45 ปี ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
.
.
บางคนอาจจะเป็น 45 ปีแห่งอายุขัย นับตั้งแต่ลืมตาดูโลกในวันแรกเกิด บางคนอาจจะพบรักและแต่งงานกันมาครบรอบ 45 ปี แต่สำหรับ "บางคน" 45 ปีที่ที่แล้วของพวกเขา คือ "ความเจ็บปวด" อย่างแสนสาหัสที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต
.
"ความเจ็บปวด" ที่เรากำลังจะกล่าวถึงนี้ เกิดขึ้นนับตั้งแต่ช่วงเย็น วันที่ 5 ตุลาคม และเรื่อยมาจนกระทั่งถึง "ฟ้าสาง" ของวันที่ 6 ตุลาคม 2519
.
เจ็บปวดที่ถูกไล่ฆ่า เจ็บปวดเพราะถูกปราบ เจ็บปวดเพราะมิตรสหายต้องตายจาก หรือเพราะต้องจากบ้าน พลัดพรากจากคนรักไปไกลแสนไกล ไปอยู่ในเขตป่าเขาที่ไม่คุ้นเคย ใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก เพียงเพราะ ณ เวลานั้น เขาต้องการเห็นสังคมที่ "คนเท่ากับคน" ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกัน
.
วันสุดท้ายแห่งความหวัง ที่ปรารถนาจะเห็นสังคมแห่งเสรีภาพ เสมอภาค และภารดรภาพ ชีวิตอันสดใสและอนาคตของ "คนหนุ่มสาว" ในเวลานั้นหลายคน เป็นอันต้องถูกตัดขาดลงอย่างกระทันหัน ดั่งสายฟ้าฟาดลงมาที่กลางหัวใจ จากอำนาจรัฐที่มุ่ง "ปราบปราม-ทำลายล้าง" ด้วยเสียงปืน ระเบิด และความเกลียดชังที่ถูกสร้างขึ้นมา ประหนึ่ง "คำสั่งตาย" จากอำนาจมืด ที่ต้องการกำจัดบุคคลที่เห็นต่างทาง ถึงขั้นหมายเอาชีวิต เพียงเพราะ "คิดไม่เหมือนกัน"
.
และจากนั้นเป็นต้นมา ชีวิตของ "คนหนุ่มสาว" จำนวนหนึ่ง ก็ดูท่าจะไม่เหมือนเดิมไปอีกตลอดกาล นับจากหลังฟ้าสางของวันที่ 6 ตุลาคม 2519 เวลาผ่านมาเนิ่นนาน นับมาจนถึงปีที่ 45 ของเหตุการณ์ในวันนั้น เชื่อว่า "คนเดือนตุลา" จำนวนมาก ต่างจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้นได้อย่างมิมีวันลืมเลือน
.
หลายคนซ่อนเก็บมันไว้ในความทรงจำของชีวิตที่สุดแสนจะเจ็บปวด มิกล้าเปิดเผยมันออกมาในที่สาธารณะเท่าไหร่นัก จนกระทั่งในวันที่ได้รับสิ่งที่เรียกว่า "กล่องฟ้าสาง" ซึ่งเปรียบเสมือน "แคปซูลแห่งกาลเวลา" ที่พาพวกเขาย้อนรำลึกความสุข ความรุ่งเรือง ความหวัง ความฝัน แต่สิ่งเหล่านั้นก็พลันจบลง "หลังฟ้าสาง"
.
.
สำหรับ "กล่องฟ้าสาง" ที่เราพูดถึงอยู่นี้ คือกล่องที่รวบรวม "สิ่งของ" หน้าตาธรรมดาๆ เช่น ภาพถ่าย หนังสือ ชอล์ก กระดาษต่างๆ เศษผ้าจากเกงยีนส์
.
แต่ในความธรรมดาๆ ของรูปลักษณ์ ภายในกลับแฝงไปด้วย "ความพิเศษ" อย่างถึงที่สุดของผู้พบเห็น โดยเฉพาะ "คนเดือนตุลา" ที่ผ่านคืนวันอันรุ่งโรจน์ แต่กลับถูกหยุดลงด้วยความขมขื่น "หลังฟ้าสาง"
.
.
"สหายใหญ่ - ภูมิธรรม เวชยชัย , สหายจรัส นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช" 2 พิราบขาว ที่ต้องจากจรจากบ้านเกิด สู่การต่อสู้กับอำนาจอธรรมในป่าใหญ่ หลังเหตุการณ์ 6 ตุลา คือหนึ่งในผู้ได้รับ "กล่องฟ้าสาง" จากทางทีมงาน "5 ตุลาฯ ตะวันจะมาเมื่อฟ้าสาง"
.
"...ก็คิดถึงเพื่อนๆ ก็มันเป็นความรู้สึกที่สะท้อนจากคนรุ่นหนึ่ง ที่เรารู้สึกว่าใสซื่อบริสุทธิ์ แล้วก็รู้สึกว่า สิ่งที่เราอยากได้ไม่ได้ยากอะไร เป็นเรื่องความถูกต้องและความยุติธรรมที่อยากได้ ผมนึกถึงเพื่อนหลายคน ที่เสียชีวิตในช่วงนั้น..."
.
สหายใหญ่ กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ หลังจากบรรจงเปิดกล่องฟ้าสาง และค่อยๆ หยิบมันขึ้นมาดู ทีละชิ้น ทีละชิ้น อย่างทะนุถนอม
.
"...ทุกครั้งที่เจอ มันหลายปี แม้กระทั่งเข้าไปในนิทรรศการก็อดไม่ได้ มันเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูก ทุกคนเป็น มันเป็นช่วงชีวิตที่มัน บางทีมันเจ็บนะ แต่มีคุณค่า 50 ปีแล้วมันยังอยู่ เด็กรุ่นหลังยังคงเข้าใจมัน มันมีคุณค่า พวกเพื่อนๆไม่ตายเปล่า ชีวิตพวกเราที่สูญเสียไปมีคุณค่าในเวลาต่อมา..."
.
สหายจรัส กล่าวมันออกมา น้ำตาที่อาบสองแก้มของเขา สื่อสารถึงความรู้สึกอันเจ็บปวดในเวลานั้นได้อย่างดี ซึ่งต่อมามันคือแรงผลักดันอันสำคัญ ที่ทำให้เกิดการ "สุมหัว" ของเหล่าสหายจำนวนหนึ่ง เพื่อ "คิด เคลื่อน" นโยบายรัฐที่ต้องรับใช้ประชาชน
.
.
น่าเสียดายอย่างยิ่งที่ "กล่องฟ้าสาง" ซึ่งจัดทำขึ้นในวาระ ครบรอบ 45 ปี 6 ตุลา อย่างปราณีตในทุกๆ ชิ้น มีจำนวนจำกัด ทำให้ยากต่อการเป็นเจ้าของ แต่ถึงกระนั้น ทางทีมงาน "5 ตุลาฯ ตะวันจะมาเมื่อฟ้าสาง" ได้แจ้งกับพวกเราว่า ยังมีสิ่งล้ำค่าอีกชิ้นหนึ่ง ซึ่งจัดทำขึ้นจำนวนจำกัดในวาระเดียวกัน นั่นคือ หนังสือพิมพ์ "ชัยประชา" ซึ่งได้ทำหน้าที่รวบรวมภาพและข้อมูลการเคลื่อนไหวของฝ่ายประชาธิปไตย ตั้งแต่ 14 ตุลา 2516 ถึงก่อนวันที่ 6 ตุลา 2519 โดยสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ : forms.gle/CS3N1GQC4v9ZYdhHA
.
.
"...แม้นผืนฟ้า มืดดับเดือนลับละลาย
ดาวยังพราย ศรัทธาเย้ยฟ้าดิน
ดาวยังพราย...อยู่จน ฟ้ารุ่งราง..."

- แสงดาวแห่งศรัทธา : จิตร ภูมิศักดิ์
.
.
"...ซี่กรงอาจขังดวงดาวได้ แต่ไม่อาจขังแสงดาวได้ แม้จะจับดวงดาว เข้าไปในกรงขังสักกี่ดวง ดวงดาวอีกทั้งแกแล็คซี่จะปรากฎทั่วน่านฟ้า..."

- พริษฐ์ ชิวารักษ์
.
.
แด่แสงดาวเล็กๆทุกดวง ที่ส่องประกายให้ท้องนภายามมืดมิด สว่างไสวไปทั่วผืนแผ่นดิน...
.
.

ความคิดเห็น: 139

    ต่อไป